สัมผัสแล้วล่ะ “ฌาน”

ก่อนอื่น ต้องทำข้อตกลงก่อนอ่านนะครับ
กรุณาอ่านโดยไม่มีอคตินะครับ…เพราะถ้าหากยังมีอคติต่อตัวผมอยู่ จะพาลทำให้คนอ่านไม่สบายใจเอาได้
และเรื่องนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ผมพิสูจน์มาแล้ว ว่ามันมีจริง
หลีกหนีจากความวุ่นวาย คลื่นสมองระบมกระเจิงไปเป็นชิ้นๆเพราะเหตุปรุงแต่งจากรูป รส กลิ่น เสียง และภาพจากตาเนื้อ
เรานำมาจัดใหม่ให้เป็นระบบ ระเบียบด้วยฌานสมาบัติ แล้วเราจะเอาชนะทุกอุปสรรคได้
 
==========
เมื่อว่างจากงาน ผมก็แวะไปหาคุณลุงผู้มีอภิญญาฌาน เพื่อฝึกจิตตนเอง….อีกวัน
คุณลุงบอกว่า พื้นฐานของการปฏิบัติ คือ ทาน ศีล สมาธิ ต้องบริสุทธิ์ ถึงจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้ และทั้ง 3 สิ่ง
ทำให้เรามีสติ ปัญญา และญานรู้เห็นสิ่งที่เหนือมนุษย์ขึ้นไป…
หลังจากที่ได้ฝึกนั่งกำหนดดูลมหายใจตัวเองมานาน เมื่อจิตถึงจุดสงบ (หลังจากนั่งไปประมาณ 15 นาที)
ผมก็รู้สึกว่า สมองมันเบาๆ แล้วก็เบาๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ในขณะนั้นเอง ลมหายใจยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
ผ่านไปอีก 15 นาที ลมหายใจที่เคยเห็น มันหายไปแล้ว….ผมมองไม่เห็นมันอีกแล้ว
แล้วเราจะเอาอะไรมากำหนดอีกล่ะ…ลึกที่สุด ผมพยายามมองจังหวะการเต้นของหัวใจผ่านความรู้สึก
จากหลอดเลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย "อยากรู้จังว่า หัวใจเราเนเป็นยังไง?" แต่ก็ยังจับไม่ได้สักที แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
ผมกลับรู้สึกว่า ตอนนี้เราไม่มีตัวตน เหลือเพียงแค่อารมณ์ที่ยังรู้สึกได้ ไอร้อนๆจากมือที่ทับกันไว้
ประสาทส่วนอื่นหยุดทำงาน มันเริ่มพักผ่อนกันแล้ว…ผมกำลังหลับทั้งๆที่ตื่นอยู่…อยากบอกว่า นี่แหละคือความสุขที่แท้จริง
เมื่อจิตมันดิ่งลง ดิ่งลงสู่ความนิ่งสงบ ไม่มีที่ๆไหนเหมือนที่ๆจิตอยู่ มันเย็นสงบมาก
เบาสบายอย่างนั้น และแล้วผมก็เป็นอยู่อย่างนี้…ไม่ได้สนใจว่าเข็มนาฬิกามันเดินไปนานแค่ไหน
จนกระทั่ง มีเสียงกล่าวเบาๆว่า ออกมาได้แล้ว ไปนั่งกินอะไรเย็นๆข้างนอกเถอะ…. ค่อยๆถอนจิตออกมานะ

ผมใช้เวลานั่งไปถึงประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ…โดยไม่มีอาการปวดเมื่อยเลย…ร่างกายผมเริ่มขยับพร้อมกับลืมตามองดูองค์พระพุทธรูป
องค์สวยที่ตั้งอยู่ตรงหน้า..ขอบูชาพระองค์อย่างยิ่ง

คุณลุงบอกว่า นี่เรากำลังให้ฌานมันเดินด้วยตัวของมันเอง ฝึกแบบนี้บ่อยๆ จะเข้าสู่ปฐมฌาน และเข้าสู่ ทุติยฌาน และตติยฌาน
หากฝึกจนถึงตติยฌานเมื่อไหร่ สิ่งที่เราอยากจะเห็น เช่น การเต้นของหัวใจเรา มันจะออกมาเป็นภาพเลย เห็นเลือดว่ามันวิ่งไปตรงไหนๆได้เลย และ
หากลงไปจนถึง จตุรฌาน มันจะเกิดญาณรู้เห็น ได้แก่ อดีตังษญาณ อนาคตังษญาณ ถึงตอนนั้นแหละ ระลึกชาติได้…
จากนั้นเราก็สนทนาถึงอริยสัจ 4 คือ เมตตา กรุณา มุติตา อุเบกขา
บางครั้งมันก็เสี่ยงมาก ถ้าหากคนอื่นมองว่า การที่เราเมตตา กรุณากับเค้า อาจจะทำให้ใหเกิดปัญหาว่า
เค้ามองเห็นเจตนาเราผิดไป..แล้วเราจะวางอุเบกขา (วางเฉย) ได้ยาก… เช่น ครั้งหนึ่ง
"พระพุทธเจ้าตรัสถามพระอานนท์ว่า อานนท์หากเธอเดินผ่านคนที่กำลังจมอยู่ในโคลน เธอจะลงไปช่วยเขาไหม?
พระอานนท์ตอบว่า ไม่
พระองค์จึงตรัสว่า ดีแล้ว จงวางเฉยเสียเถิด คนที่ติดอยู่ในโคลน ก็ยังจะเป็นอย่างนั้นต่อไปหากเขาไม่หาทางตะกายขึ้นมาเอง
เราผู้ซึ่งมีจิตสะอาดแล้ว หากลงไปตรงนั้น ความขุ่นมัวก็จะเกิดขึ้นแน่นอน จงวางเฉยเถิด.."
ขอโทษนะครับ ที่ตอนนี้ผมคงไม่เอาตัวลงไปเล่นโคลนแน่นอน..ผมพบความสุขที่แท้จริงแล้ว
อดีตที่เคยผิดพลาดมา หากผมไปทำอะไรให้ใคร คิดอะไรที่ไม่ดี ผมก็ขออโหสิกรรมกับทุกคนด้วยนะครับ…
ตอนนี้ผมพยายามเดินออกมาจากกองไฟแห่งอารมณ์ที่ขุ่นมัว และผมจะรักษาจิตผมไปเรื่อยๆ สักวัน ผมอาจจะไปนั่งข้างๆทุกคนได้
โดยที่ตัวผมนั่งที่บ้านอยู่ก็ได้…ทุกคนก็ทำได้นะครับ มานั่งคุยกับวิญญาณกันเถอะ สนุกกว่านั่งคุยกับคนที่มีอารมณ์ขุ่นมัวเยอะ
แต่ถ้าหากกลัวละก็ … อันนี้ช่วยไม่ได้นะครับ ตัวใครตัวมัน
(อย่างน้อยผมก็รู้แล้ว่า ภูมิพญานาคเค้ากำลังออกมาเลื้อยกันยั๊วเยี๊ยะ เพื่อคำชูพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไปนั้น
น่ารักกว่าคนที่ยังติดกิเลสหนาเป็นไหนต่อไหน)
อย่าลืมสวดมนต์ทุกวันนะครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะบูชาท่านและปกป้องท่าน หากท่านบูชาเค้า

ส่วนเรื่องงานที่มันสาหัส ผมได้คำตอบแล้วล่ะว่า
"สิ่งที่มันยาก มันก็ย่อมมีคนทำได้น้อย ย่อมมีคุณค่าและน่าจดจำไว้เป็นความภูมิใจเมื่อเอาชนะมันได้ ขอบคุณที่ให้ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่"
..ขอบคุณเจ๊แหม่ม ที่พาผมไปที่แห่งนี้..

6 responses to this post.

  1. Posted by นู๋นา on มิถุนายน 22, 2007 at 6:46 pm

    คิ อยากรู้จัง

    ตอบกลับ

  2. ฟังคำแนะนำมาหลายต่อหลายครั้ง   วันนี้ได้มีโอกาสกำหนดลมหายใจตัวเอง 
    มันเป็นความจริงนะ  ที่จะบอกว่าเวลาเครียด กำหนดลมหายใจ  แล้วทำให้รู้สึกดีกว่าเดิม
    สบายใจดี  นั่ง  2  รอบ  รอบแรก  4.48  นาที นั่งรอบที่ 2 เชื่อไหมนานเกือบเป็นชั่วโมง
    หลับตอนไหนไม่รู้เรื่อง  ยุงกัดแดงเป็นจุดๆ  มากกว่า  10  จุด เพราะลืมปิดประตูหลังห้อง
       ฉันพบแล้ววิธีคลายเครียดแบบฉบับพระพุทธเจ้า  สัญญากะตัวเองว่าจะนั่งให้ได้เป็นชั่วโมง
    ขอบคุณที่มีเรื่องดีๆ  มาให้อ่าน  ขอบคุณที่ทำให้ค้นพบสิ่งที่เคยมองข้าม  ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ
    ที่ดีเสมอมา  ขอบคุณจริงๆ

    ตอบกลับ

  3. Posted by แก้ว on ธันวาคม 23, 2010 at 3:23 pm

    ตอนนี้ได้เข้าสู่ยุคพระศรีอารย์แล้ว ท่านคือหลวงปู่ใหญ่ปริชาโน แห่งวัดธรรมรงค์สวัสดิ์ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ แสงบารมีของท่านสว่างสไวกว่าดวงอาทิตย์สามดวงเสียอีก จงน้อมนำบารมีของท่านแล้วจะได้เข้าสู่สวรรค์นิพพานต่อไป

    ตอบกลับ

  4. Posted by แก้ว on ธันวาคม 23, 2010 at 8:48 pm

    ลองไปนั่งสมาธิที่วัดท่านดูนะแล้วจะรู้ว่าท่านเปนใคร

    ตอบกลับ

    • โอโห… ขนาดนั้นเลยเหรอคับ คิ คิ
      แต่ว่า ผมนั่งอยู่บ้านดีกว่าครับ อิ่มจัง ตังค์อยู่ครบ

      ผมก็เป็นผมนี่แหละครับ

      ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: