ในขณะจิตที่ฉันยังอยู่ในร่างมนุษย์

นี่เป็นการบันทึกก่อนที่ฉันจะหลุดออกมาเป็น 2 ร่าง

ขอบูชาคุณพระพุทธ พระธรรม และพระอริยะสงฆ์ ผู้เห็นทางหลุดพ้นห่วงแห่งทุกข์
ทุกครั้งหลังจากฉันสวดมนต์เสร็จ ก็จะเป็นการฝึกจิตให้นิ่งและสงบ
แต่การฝึกของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน และฉันก็มีข้อสงสัยที่บดบังการมองเห็นที่เหนือจากตาเนื้อ
ข้อสงสัยก่อนนี้
1. ทำไมเราต้องไหว้พระพุทธเจ้า และการตรัสรู้คืออะไร
2. ทำไมมนุษย์ต้องรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ตลอดเวลา
3. ทำไมเราต้องตาย แล้วอะไรคือชีวิตหลังความตาย

4. ทำไมเราถึงต้องหาเงินมาให้มากๆ ทั้งๆที่บางครั้งไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น

มาถึงตอนนี้ข้อสงสัยก่อนนี้ที่ทำให้ศรัทธาต่อศาสนาพุทธถดถอยลงไปพอสมควร เพราะข่าวของพระสงฆ์ที่ออกมาไม่ค่อยดีนัก จนบางครั้งไม่อยากจะไหว้พระสงฆ์ด้วยซ้ำ
และแล้วเมื่อวันก่อนนี้เอง เราได้คำตอบจากคุณลุง ซึ่งเราเคารพเป็นอาจารย์ในด้านสมาธิปฏิบัติ ไขความกระจ่างให้เราได้หลายอย่าง
คำตอบง่ายๆ

 เหตุที่เราต้องไหว้พระพุทธเจ้า ที่เห็นชัดสุดคือ กฏแห่งกรรม การวางรากฐานของทางเดินให้กับมนุษย์ไม่ให้ตกอยู่ในกองแห่งทุกข์ทั้งปวง ไม่หลงทางไปยังภพภูมิที่ไม่ดี มีความทรมานหลังความตาย พระองค์เป็นพระบรมครู เป็นผู้สอนให้ทั้ง 3 โลก (นรก มนุษย์ สวรรค์) การที่จะเห็นพระองค์ได้มันยากนัดหนา เพราะองค์บอกว่า เห็นธรรมเมื่อไหร่ เมื่อนั้นจึงจะเห็นท่าน และการตรัสรู้ หมายถึง 6 ปีหลังการออกบวช ท่านสามารถกำหนดรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในโลกพระธรรมได้ทั้งหมด ไม่มีอดีตใดๆที่พระองค์ไม่รู้ ไม่มีโลกใดๆที่พระองค์มองไม่เห็น ล่วงไปถึงอนาคตอันไกลโพ้น ไม่มีขอบเขตและข้อจำกัดใดๆ พระองค์เห็นแล้วซึ่งอบายภูมิ จึงได้บัญญัติศีล 5 สำหรับคารวาสผู้ยังไม่หมดเชื้อเกิด ให้เดินทางไปสู่สวรรค์และความไม่ประมาทในความตาย ดอกบัวมี 4 เหล่า ผู้มีดวงตาเห็นธรรมจึงจะสามารถมองเห็นธรรมที่ละเอียดลึกมากกว่าที่ท่าพูดออกมาได้ ชีวิตหลังความตาย คือ ดวงจิตที่หลุดออกจากร่างแห่งธาตุทั้ง 4 และแล้ว ดวงจิตนั้นแหละที่เป็นตัวเราจริงๆ ไม่ใช่ร่างที่เราสิงอยู่ตอนนี้ พระองค์จึงตรัสสอนก่อนปรินิพพานว่า อย่ายินดีต่อร่างกายของเรา อย่ายินดีต่อร่างกายของผู้อื่น มันเป็นของไม่เที่ยง ซึ่งที่มนุษย์ต้องการและโหยหาที่สุด คือ อารมณ์ที่ปราถนา มันเป็นแค่อารมณ์ที่ต้องการเท่านั้น และ การหาเงินมามากๆ ก็เพราะเราต้องการสนองและซื้อ แลก ให้ได้มาซึ่งอารมณ์ที่ปราถนาทั้งสิ้น หนักที่สุดเห็นจะเป็น กามคุณ รัก-ใคร่ ที่มนุษย์ต่างมั่วสุม มอมเมากันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แค่ต้องการ "อารมณ์และฮอร์โมนที่หลั่งออกมาชั่วประเดี๋ยว" แต่ผลของมันคือ ไฟนรกที่รอเผาจิตที่ไม่มีวันตาย

ตอนนี้ฉันกำลังโดนผีอำในขณะนั่งสมาธิ ลุงบอกว่า……. ความรู้สึกนั้นแหละมันเป็นความรู้สึกที่จิตอันบริสุทธิ์ กำลังจะหลุดออกมาเป็นอิสระจากร่างของมัน
ฉันนั่งวันนั้นแปลกมาก อากาศร้อนมาก แต่อากาศเหล่านั้นมันถูกไล่ออกมาให้มาร้อนอยู่แค่รอบตัว (เหมือนเรากำลังมีแสงเปล่งออกมา) ร่างกายเย็นสบาย ฉันรู้สึกว่า ฉันเป็นก้อนหินที่กำลังลอยอยู่บนอากาศ ปราศจากความยินดีจากอารมณ์ทั้งหมด และฉันก็เริ่มมีอาการผีอำ หายใจลำบาก กระดิกตัวไม่ได้ จนทำให้ฉันกลัว… จึงถอนสมาธิออกมาเรื่อยๆ จนลืมตา และเหงื่อฉันก็แตกกระจาย หายใจสุดแรงหลายๆที กลัวตายเหมือนกัน….

ตอนนี้ฉันพอรู้บ้างแล้วว่า การมองเห็นนอกเหนือจากตามนุษย์ มันมีจริง ด้วยตาของจิตที่มันหลุดออกมา…
(มิน่า ช่วงนี้ฝันแปลกๆ เห็นแต่คนเดินสวนไปมาแต่ทะลุกันได้หมด)

แต่สิ่งที่ต้องทำให้มากคือ งานที่รับผิดชอบ สอน ทำงานของบริษัทของตัวเองที่รับเข้ามา และที่สำคัญการรักษาทาน ศีล สมาธิ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่ไม่ได้ขาด

3 responses to this post.

  1. การฝึกสมาธิเหมือนจะดูทำง่ายๆ    แต่สำหรับฉันแล้วจิตไม่เคยสงบเลย
    บทความข้างต้นนี้ทำให้ฉันนึกถึงหนังเรื่อง   รักเธอ  24 ชั่วโมง
    เพราะพระเอกเขามี 2 ร่าง  2  จิตใจในคนเดียวกัน

    ตอบกลับ

  2. เข้าใจสัจธรรมได้เพียงนี้   บวชเลยดีไหม สัก 1 พรรษาจะดีไหมเอ่ย
    ทดแทนบุญคุณพ่อกะแม่ไง   โธ่   อมิตาพุท

    ตอบกลับ

  3. Posted by วันวิสา on มิถุนายน 21, 2007 at 5:40 pm

    บวชแล้วก็เบียดเลยดิ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: